รีวิวหนังสือ “The Power Of When: พลังแห่งเมื่อไหร่”

รีวิวหนังสือ “The Power Of When: พลังแห่งเมื่อไหร่"

“ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ผลลัพธ์ล้วนถูกกำหนดไว้แล้ว ตั้งแต่ตอนที่คุณเลือกว่าจะทำสิ่งนั้น -เมื่อไหร่-“

เป็นหนังสือนอกลิสอีกเล่มที่บังเอิญนั่งพักขาในร้านหนังสือแล้วลองหยิบมาอ่าน ช่วงแรกของหนังสือเป็นแบบฝึกเพื่อคัดแยกประเภทตามนาฬิกาชีวภาพของคนเป็น 4 ประเภท คือ โลมา สิงโต หมี หมาป่า… พอลองนั่งทำดูและอ่านผลลัพธ์เท่านั้นแหล่ะ ซื้อทันที! 555
.

รีวิวหนังสือ “The Power Of When: พลังแห่งเมื่อไหร่"
รีวิวหนังสือ “The Power Of When: พลังแห่งเมื่อไหร่”

รีวิวหนังสือ “The Power Of When: พลังแห่งเมื่อไหร่”
Michael Breus, Ph.D. เขียน / พรรณี ชูจิรวงศ์ แปล
สนพ. WeLearn , 365.-
.
ผู้เขียนเป็นนักจิตวิทยาด้านเวชศาสตร์การนอนหลับผู้ที่ค้นพบ “พลังแห่งเมื่อไหร่” จากการศึกษาวิจัยเรื่องนาฬิกาชีวภาพในร่างกายมนุษย์และรักษาคนไข้ควบคู่ไปกับแผนปกติ โดยการแยกคนออกเป็น 4 กลุ่มตามบุคลิกตามนาฬิกาชีวภาพของพวกเขาและให้ปรับเปลี่ยนเวลา, การทำกิจกรรมให้ใกล้เคียงกับนาฬิกาชีวภาพให้มากที่สุด เช่น การกินอาหาร การออกกำลังกาย การสังสรรค์ การดูทีวี, อ่านหนังสือเพื่อเน้นเอาข้อมูลไปใช้ การมี Sex เป็นต้น ผลก็คือคนไข้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นไม่ใช่แค่การนอนหลับที่ดีขึ้นเท่านั้น เรื่องสุขภาพ อารมณ์ ความจำ สมาธิ ความแข็งแรง น้ำหนักตัวก็พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเช่นกัน จึงเป็นที่มาของหนังสือเล่มนี้
.
เนื้อหาเริ่มต้นคือให้เราทำแบบฝึกสั้นๆ เพื่อดูว่าเราเป็นบุคลิกตามนาฬิกาชีวภาพแบบไหน ผู้เขียนบอกว่านาฬิกาชีวภาพในตัวเราเกี่ยวพันกับยีนที่ได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ตั้งแต่เผ่าพันธุ์มนุษย์เกิดขึ้นมานาฬิกาชีวภาพก็ทำงานเพื่อความจำเป็นในการอยู่รอดของสายพันธุ์และแต่ละบุคลิกก็มีหน้าที่แตกต่างกัน ความหลากหลายนี่เองที่ทำให้เรารอดพ้นจากภัยอันตรายในยามค่ำคืน ถึงแม้ในปัจจุบันจะไม่ต้องมีเวรยามเฝ้าหน้าถ้ำแล้วแต่โครงสร้างยีนของเราก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก ซึ่งตามสถิติจะแบ่งได้ดังนี้

-คนบุคลิกโลมา (คิดเป็น 10% ของประชากร) จะเป็นคนนอนหลับไม่ค่อยสนิท แค่มีเสียงรบกวนนิดหน่อยก็จะตื่นง่าย เป็นคนรอบคอบ เก็บตัว วิตกกังวลง่าย ฉลาด ชอบความสมบูรณ์แบบไม่ชอบเสี่ยง ไม่ค่อยสดชื่นตอนเช้า แต่จะตื่นตัวตอนดึก เป็นต้น ช่วงเวลาที่มีประสิทธิภาพสุดคือ อยู่ๆ ก็จะพุ่งขึ้นมาในระหว่างวันกับตอนดึก

-คนบุคลิกสิงโต (คิดเป็น 15-20% ของประชากร) สิงโตจะตื่นแต่เช้าตรู่และรับหน้าที่เฝ้ายามตอนเช้ามืด ทุ่มเท มั่นคง มองโลกในแง่ดี ให้ความสำคัญกับสุขภาพและความแข็งแรงเป็นอันดับแรก ชอบมิตรภาพและวางแผนกลยุทธ์ ชาวสิงโตจะมีพลังเยอะในช่วงเช้าและจะค่อยๆ แผ่วลงตั้งแต่บ่ายเป็นต้นไป คนกลุ่มนี้จะหลับง่าย และไม่ค่อยชอบงีบหลับกลางวันเพราะชอบหาอะไรทำมากกว่า ช่วงเวลาที่มีประสิทภาพคือ ช่วงเช้าตรู่

-คนบุคลิกหมี (คิดเป็น 50% ของประชากร) เป็นวงจรชีวิตที่ขึ้นและลงตามดวงอาทิตย์คือออกล่าหาอาหารตอนกลางวัน นอนตอนกลางคืน มีนิสัยรอบคอบ ชอบเข้าสังคม คุยง่ายและเป็นมิตร ใจกว้าง มักหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง ชอบความสุข อยากมีสุขภาพดี และสบายใจที่จะอยู่ในที่ที่คุ้นเคย นิสัยการนอนของหมีจะงัวเงียลุกมาปิดนาฬิกาปลุกหลายรอบก่อนตื่นจริง และเริ่มหมดแรงในช่วงเย็นๆ ช่วงเวลาที่มีประสิทธิภาพสุดคือ ช่วงสายถึงบ่าย

-คนบุคลิกหมาป่า (คิดเป็น 15-20% ของประชากร) คนเหล่านี้จะรับหน้าที่เฝ้ายามกลางคืนและเริ่มนอนตอนที่สิงโตสุดขั้วตื่น เป็นนักล่ายามราตรีมีความคิดสร้างสรรค์แต่มีแรงขับในการนอนปานกลาง เป็นคนนิสัยหุนหันพลันแล่น มองโลกแง่ร้าย ขี้หงุดหงิด กล้าเสี่ยง ชอบความแปลกใหม่ ตอบสนองทางอารมณ์รุนแรง ชอบตื่นสาย หมาป่าจะเป็นคนที่ตื่นยากมากถึงตื่นมาได้ก็จะหงุดหงิดและจะสมองตื้อไปจนถึงเที่ยงๆ กว่าจะแจ่มใส หลังจากนั้นก็ยาวไปได้ทั้งคืน ช่วงเวลาที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือ สายๆ หรือตอนหัวค่ำ
.
.
เราลองทำแล้วตรงมากๆ หลายเรื่องตรงแบบย้อนแย้งกับความเชื่อที่เคยอ่านๆ มา เช่น ทางวิทยาศาสตร์สุขภาพจะพูดไปในทางเดียวกันว่าออกกำลังกายตอนเช้าก่อนกินข้าวดีที่สุด แต่เราผู้เป็นสิงโตตื่นเช้าและมีพลังตอนเช้าตามที่หนังสือบอกเป๊ะ กลับออกกำลังตอนเช้าได้ไม่ค่อยดีนัก รู้สึกเหมือนไม่สดชื่นเต็มที่และต้องใช้ความพยายามให้ครบเวลามากกว่าปกติ แต่ถ้าเป็นตอนเย็นจะรู้สึกดีมาก สดชื่น ไม่ฝืนจนบางครั้งเกินเวลาบ่อยๆ พอมาอ่านเล่มนี้เลยเพิ่งรู้ว่าชาวสิงโตควรออกกำลังกายตอนเย็นๆ เป็นช่วงที่เหมาะกับนาฬิกาชีวภาพมากที่สุด! และเรื่องอื่นๆ หลายเรื่องตรงจนเป็นนิสัยปกติอยู่แล้ว การอ่านเล่มนี้ทำให้ได้เพิ่มและปรับเปลี่ยนกิจวัตรบางอย่างให้เข้าที่เข้าทางมากขึ้นด้วย
.
ในหนังสือไม่ได้พูดถึงแค่การนอน กิน ออกกำลังนะคะ แต่พูดทุกหัวข้อที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันของมนุษย์เลยล่ะ ตั้งแต่ลืมตาตื่น ทำกิจวัตรประจำวัน มีเซ็กส์ ไปจนถึงช่วงเวลาแห่งการโปรยเสน่ห์ การทำงาน การเจรจาต่อรอง การคุมเกม การเถียงให้ชนะ การลดความอ้วน ฉีดยาตอนไหนไม่เจ็บ รวมไปถึงการรับมือกับคนบุคลิกต่างๆ เพราะพออ่านแล้วเมื่อเรารู้ว่าเราเป็นใคร เราก็พอจะมองออกว่าคนนี้น่าจะเป็นบุคลิกประเภทไหน แล้วเราจะรับมือหรือคบหาทำงานกับคนแต่ละประเภทได้ยังไง

ตรงส่วนนี้เราคิดว่าได้ประโยชน์เยอะมาก เพราะคนเรามักทะเลาะหรือผิดใจกันเพราะเรายึดความคิดความรู้สึกของตัวเองเป็นที่ตั้ง การรู้ว่าทุกคนก็มีนิสัย บุคลิกที่แตกต่างกันตามธรรมชาติที่หลายอย่างตัวเขาเองก็ไม่สามารถปรับได้ ถ้าเราเข้าใจเราจะไม่คิดเล็กคิดน้อยและให้อภัยกันได้มากขึ้นจริงๆ ค่ะ อ่านแล้วจะได้ไปสังเกตเจ้านายว่าเป็นแบบไหนแล้วไปขอขึ้นเงินเดือนให้ถูกจังหวะเวลา หรือรับมือกับคนสนิทรอบข้างได้ 55555
.
เนื้อหายังมีแทรกผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เช่น การทำงานของสมอง ความร้อน ระบบการเผาผลาญในร่างกาย ระบบฮอโมนตามนาฬิกาชีวิภาพประกอบด้วย แต่ที่สำคัญสำหรับนักอ่านคือ การอ่านหนังสือนั้นเป็นกิจกรรมที่ทำได้ทุกช่วงเวลาค่ะ!! ถ้าเป็นการอ่านเพื่อเก็บข้อมูลสำคัญเยอะๆ การเลือกอ่านตามช่วงเวลาที่เหมาะสมของเราจะช่วยให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น แต่ถ้าเป็นการอ่านทั่วไปผู้เขียนถึงกับย้ำไว้ว่า…

“การอ่านไม่ว่าจะช่วงเวลาไหนล้วนดีกับคุณทั้งนั้น มันช่วยเพิ่มพลังสมองและสร้างวิถีประสาทที่พัฒนาความจำ ความคิดสร้างสรรค์… รวมถึงการเข้าอกเข้าใจผู้อื่น การอ่านทำให้คุณรู้ว่าเกิดอะไรบนโลกนี้บ้าง ช่วยชลออาการสมองเสื่อม… ในฐานะนักจิตวิทยาและนักวิจัย ผมอ่านหนังสือทั้งวันแม้แต่ในเวลาว่าง การเสพติดการอ่านเป็นเรื่องดี ถ้าคุณอ่านหนังสือเล่มหนึ่งแล้วสนุก คุณมีแนวโน้มที่จะอ่านต่ออีกเล่ม…และอีกเล่ม”
.
.
📚#โลกของนักอ่าน #รีวิวหนังสือ #bookreview #ห้องสมุดส่วนตัว #หนังสือ #แนะนำหนังสือ #อ่านสร้างชาติ #ThePowerOfWhen #พลังแห่งเมื่อไหร่ #MichaelBreus #พรรณีชูจิรวงศ์ #WeLearn #จิตวิทยา #วิทยาศาสตร์ #นาฬิกาชีวภาพ
.
ตูน (แอดมิน)
โลกของนักอ่าน
.
จะขอบคุณอย่างยิ่งถ้าเพื่อนๆ ช่วยกันแชร์และแนะนำหนังสือน่าอ่านกลับมาด้วยนะคะ เราจะได้ตามไปเก็บมาอ่านและรีวิวต่อเช่นกัน

Comments

comments

You Might Also Like