รีวิวหนังสือ “โกษาปานไปฝรั่งเศส”

รีวิวหนังสือ “โกษาปานไปฝรั่งเศส"

เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ที่สนุกที่สุดเท่าที่เคยอ่านมา ด้วยความที่เป็นบันทึกการเดินทางไปฝรั่งเศสของราชฑูตไทยในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 โดยชาวฝรั่งเศสที่รับหน้าที่ในขบวนการต้อนรับท่านฑูต เป็นผู้บันทึกเองเพื่อถวายพระเจ้าหลุยส์ที 14 ด้วย และเพื่อขายให้สาธารณชนด้วย ดังนั้น ทั้งข้อมูลที่เขียนรวมถึงการอ้างถึงคำพูดจากบุคคลต่างๆ ในเล่มจึงต้องเป็นจริงที่สุดโดยผ่านการอ่านตรวจทานจากทุกบุคคลที่อ้างถึงเลยทีเดียว

รีวิวหนังสือ “โกษาปานไปฝรั่งเศส" รีวิวหนังสือ “โกษาปานไปฝรั่งเศส”

รีวิวหนังสือ “โกษาปานไปฝรั่งเศส”
มองซิเออร์ เดอ วีเซ เขียน / เจษฏาจารย์ ฟ.ฮีเลย์ แปลจากภาษาฝรั่งเศส
สนพ. ศรีปัญญา , 450.-
.
ในบันทึกเล่าตั้งแต่คณะราชฑูตไปถึงท่าเรือแบรสต์และพักอยู่ที่นั่นเพื่อรอคำสั่งและเจ้าหน้าที่มารับไปยังเมืองปารีส โดยบันทึกระหว่างการเดินทาง การเยี่ยมชมสถานที่สำคัญต่างๆ ในยุคสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 จึงเหมือนเป็นหนังสือแนะนำท่องเที่ยวอีกเล่มเลยทีเดียว ต่างกันก็แค่ความตื่นเต้นตื่นตาตื่นใจของคณะราชฑูตไทย และคนฝรั่งเศสที่มองคนไทยเลยทำให้สนุกยิ่งขึ้นไปอีก ย้ำว่าเวลาอ่านเราต้องมองว่าเราร่วมอยู่ในทริปกับคนในยุคนั้นเพื่ออรรถรสนะคะ (ยังไงก็ตามระหว่างอ่านขนาดเราเองซึ่งเคยดูหนัง สารคดี หรืออ่านเรื่องราวของฝรั่งเศสสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 มาเยอะ ก็ยังตื่นเต้นพอๆ กับท่านราชฑูตอยู่ดี 😛 )
.
เล่าเรื่องคร่าวๆ ที่อ่านแล้วยิ้มตามไปด้วย เช่น ระหว่างการเดินทางไปปารีส ด้วยความที่รอนแรมข้ามทะเลกว่าจะมาถึงฝรั่งเศสก็ใช้เวลากว่า 6-7 เดือน แถมยังต้องพักที่เมืองแบรสต์ก่อนเดินทางอีกหลายวัน คงไม่ค่อยได้อาบน้ำบ่อยนัก บวกกับความเป็นคนไทยที่ต้องอาบน้ำกันทุกวัน ท่านราชฑูตและคณะคนไทยเมื่อเจอแม่น้ำระหว่างทางก็ดีใจกันยกใหญ่ ขอหยุดรถม้าเพื่อลงไปอาบน้ำให้หนำใจกันไป ต่างคนต่างวิ่งลงน้ำ อาบกันสดชื่น แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถูกกล่าวถึงเยอะมากในหมู่คนฝรั่งเศสถึงกับคนในเมืองนั้นต้องออกมามุงดูด้วยความสนใจสุดๆ คงคิดว่าพวกคนไทยนี่แปลก อากาศก็หนาวยังจะลงเล่นน้ำอีก ผู้บันทึกเหตุการณ์ถึงกับเล่าว่าคนมามุงกันเยอะมากจนไม่เป็นส่วนตัว ท่านราชฑูตและคณะจึงขอข้ามไปอีกฝั่งแม่น้ำ จึงจะอาบกันต่อได้…
.
หรืออีกเรื่อง เรื่องความช่างเจรจาหยอกล้อหยอดคำหวานของท่านราชฑูตโกษาปาน ทำให้คนอ่านอย่างเรายังเขิลไปด้วย เชื่อแล้วว่าทำไมท่านถึงได้เป็นราชฑูตและมีเมียถึง 22 คน ^^
.
>>ตัวอย่างช่วงหยอดของท่านโกษาปาน<<

มีวันนึงหลังจากกลับจากดูโอเปร่าตัวละครที่เล่นเป็นนางผีเสื้อคาลาเตนก็ได้มาคำนับราชฑูตที่ที่พักของท่าน
ราชฑูตจึงเอ่ยปากชมว่า

“ดีแล้วที่ธิดาพระมหาสมุทรออกมาหาถึงที่ดังนี้ ดีแล้วเป็นที่หวังเป็นอันมั่นคงว่า คณะราชฑูตไทยจะได้กลับบ้านเมืองโดยสวัสดิภาพปราศจากคลื่นลมร้ายแรงเป็นแน่แล้ว เพราะที่ไหนเล่าพระสมุทรจะไม่อนุโลมตามใจพระธิดดาอันน่ารักนี้ ดีแล้วๆ”
อีกตอนที่ท่านไปเที่ยวชมหอดูดาวและได้สังเกตเห็นจุดดำๆ บนดวงอาทิตย์อย่างชัดเจน ราชฑูตจึงเปรียบเปรยสิ่งที่เห็นว่า

“อ้อ เราเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เอง ทำไมผู้หญิงฝรั่งเศสเมื่อจะเดินไปไหนมาไหน มีเข้าประชุมสโมสรเป็นต้น ต่างคนจึงต้องพากันเอาผ้าโปร่งมีจุดสีดำๆ ปิดบังหน้าเสีย ชะรอยจะเอาอย่างพระอาทิตย์กระมัง เพราะความจริงวงหน้าของหล่อนก็กลมเกลี้ยงสดใส แม้นละม้ายคล้ายพระอาทิตย์อยู่แล้ว ฉะนี้เมื่อหล่อนเห็นพระอาทิตย์ทรงเจิมพระพักตร์ด้วยจุดดำ หล่อนก็ต้องเอาผ้าโปร่งมีจุดดำมาปกปิดหน้าเสียบ้าง หาไม่ก็จะเกิดตาฟางตาลายกันทั้งเมือง”

อีกเหตุการณ์มีสตรีสาวๆ ถามล้อเล่นกับราชฑูตว่า

“ท่านราชฑูตเจ้าคะ ต่างว่าดิฉันยอมเป็นภรรยาเจ้าคุณ เจ้าคุณจะรับดิฉันเป็นภรรยาไหม? ที่จริงท่านเจ้าคุณคงมีภรรยาอยู่แล้วมิใช่หรือ แต่เข้าใจว่าไม่เป็นที่รังเกียจเพราะเคยได้ยินว่าที่เมืองไทยใครจะมีเมียสักกี่คนก็ได้”

ราชฑูตโกษาปานจึงตอบว่า…
“เปล่า ไม่เป็นที่รังเกียจมิได้ ถ้าหล่อนจะยินยอมดังนั้นแล้วเราคงบำรุงเลี้ยงมิให้อนาทร้อนใจ ถึงอนุภรรยาเราจะมีสักกี่คนๆ เราจะตั้งหล่อนให้เป็นใหญ่ยิ่งกว่าเขาทั้งหลายเหล่านั้น ห้องหอที่อยู่กินนอนเราจะจัดให้ดีที่สุด ซึ่งเราสามารถจะจัดให้ได้สมยศสมตระกูลของหล่อนทุกอย่าง”
(ท่านราชฑูตไม่ได้มาเล่นๆ นะ อิอิ)

ส่วนเรื่องความเก่งกาจสามารถของโกษาปานนั้นไม่พูดถึงไม่ได้เลย เพราะท่านเป็นคนไทยที่มีความรอบรู้ในรอบด้านอย่างลึกซึ้งจนเป็นที่ประทับใจพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และคณะต้อนรับ รวมถึงคนอื่นๆ ที่เคยได้ร่วมโต๊ะอาหาร หรือเคยพูดคุยด้วย เรื่องนี้ถ้าไม่ใช่คนต่างชาติเขียนเราก็ยังแอบคิดว่าจะมีการอวยกันเกินจริง แต่จากที่อ่านก็รู้สึกว่าท่านโกษาปานนี่เป็นปราชญ์อีกคนนึงเลย อะไรที่ท่านรู้ก็จะอธิบายให้คนอื่นฟังได้อย่างละเอียดส่วนอะไรที่ไม่รู้ท่านก็บอกตรงๆ ว่าไม่รู้ และขอคำแนะนำ วิธีการ เพื่อจดบันทึกต่อไปอย่างละเอียดเช่นกัน

เช่น ตอนไปดูโรงงานเพชร และเครื่องเพชรทองของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 นั้น ราชฑูตก็เก็บรายละเอียดทุกอย่างกระทั่งเพชรฝอยๆ ที่ประดับบนเสื้อผ้าพระเจ้าหลุยส์ ท่านก็ส่องจนเห็นและพอใจถึงเลิก เรียกว่าขอศึกษาอย่างใกล้ชิดจนแตกฉานจึงพอใจ แต่พอไปดูพวกเครื่องทองซึ่งคนไทยมีฝีมือมากอยู่แล้ว ท่านก็อธิบายทุกอย่างได้ และบอกกับชาวฝรั่งเศสว่าเรื่องนี้ที่ไทยเราไม่แพ้ใคร หลายครั้งที่ท่านโกษาปานลงมือทำให้ดูจริงๆ ทำเอาคนฝรั่งเศสถึงกับอึ้งและชื่นชม

หรืออีกตอนที่ไปดูแกลอรี่ภาพวาดของศิลปินที่มีชื่อเสียงมากมายในพระราชวังแวร์ซายน์ หรือที่ศิลปินทำงานอยู่ท่านโกษาปานก็สามารถบอกได้ว่ารูปไหนดีที่สุดและอธิบายในสิ่งที่เห็นได้ตรงกับแนวคิดของศิลปินโดยที่ท่านไม่ใช่ศิลปิน แต่เป็นคนที่มีรสนิยมทางด้านศิลปะอย่างเต็มที่ ทำเอาอาจารย์ที่พานำชมถึงกับออกปากว่าท่านเป็นผู้รู้อย่างแท้จริง

การเยี่ยมชมผลงานทางวิทยาศาสตร์ที่ยุคนั้นฝรั่งเศสถือเป็นที่รวมวิทยาการก้าวหน้ามากมาย เช่น หอดูดาว การเรียนรู้เรื่องจักรวาล การเดินทาง วงโคจรของดาวรอบดวงอาทิตย์ การใช้แว่นขยายขนาดใหญ่นำความร้อนจุดไฟให้ติดได้ การคำนวณวันสุริยุปราคาหรือจันทรูปราคาได้อย่างแม่นยำขนาดระบุเวลา อ่านไปก็ตื่นเต้นตามไปในทุกสถานที่ที่ท่านราชฑูตไทยได้ไปเยือนเลย

ในช่วงท้ายที่ราชฑูตอยู่ฝรั่งเศสทางบาทหลวงจึงแนะนำว่านักเรียนไทยที่ตามมาด้วยเพื่อศึกษาควรจะมาสอบไล่ชั้นมหาปริญญา คือ การทดสอบตอบปัญหากับนักปราชญ์หลายๆ คน ในหัวข้อที่ตัวเองสนใจ ซึ่งถ้าสอบผ่านจะยิ่งนำความภูมิใจให้คนไทย ราชฑูตจึงเห็นควรด้วย ในวันสอบท่านไปนั่งดูนักเรียนไทยสอบอยู่เมื่อจบการทดสอบ บาทหลวงผู้ดูแลวิทยาลัยก็ได้มากล่างชื่นชมนักเรียนไทยกับราชฑูต ท่านก็พอใจ แต่ก็มาคิดงงๆ ว่า เอทำไมเค้าถึงชื่นชมขนาดนั้น ในเมื่อตอนสอบเนี่ย เราเห็นคนในห้องประชุมพากันตบมืออย่างเอิกเริก การตบมือแบบนั้นไม่ใช่เป็นการดูหมิ่นหรือ? จนมีคนอธิบายให้ราชฑูตฟังว่าธรรมเนียมฝรั่งตบมือคือชื่นชอบ ท่านจึงเพิ่งดีใจเต็มที่

มีเรื่องราวสนุกๆ อีกมากมายที่กว่า 400 หน้า ไม่ได้ทำให้เบื่อเลย แถมช่วงท้ายเล่มยังมีเรื่องเล่าในช่วงที่ราชฑูตเดินทางกลับไทยและแวะพักที่แหลมกู๊ดโฮปเพื่อเล่าเรื่องอย่างต่อเนื่อง เพราะในบันทึกของ มองซิเออร์ เดอ วีเซ นั้นเล่าแค่เหตุการณ์ที่ราชฑูตอยู่ฝรั่งเศสเท่านั้น เรื่องที่แวะพักได้มาจากจดหมายที่ราชฑูตเขียนส่งเพื่อเล่ารายงานให้ทางฝรั่งเศสได้รับทราบและขอบคุณจนถึงชีวิตตอนกลับถึงอยุธยาแล้วที่ราชฑูตได้ส่งไปมาหาสู่เพื่อรายงาน อธิบายความตอนเกิดปะทะกันถึงฝรั่งเศสด้วย เรียกว่าอ่านเล่มเดียวครบทุกเรื่อง
น่าเสียดายที่ข้าวของมีค่ามากมายที่ราชฑูตได้มาระหว่างเดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศฝรั่งเศส จากในบันทึกเยอะและน่าสนใจมากหลายอย่าง เช่น แผนที่แต่ละเมืองของฝรั่งเศส ที่เจ้าเมืองมอบให้วาดใส่ผ้าไหมอย่างดี หรือของมีค่าต่างๆ ที่ทั้งชนชั้นสูงและบาทหลวงมอบให้คณะฑูตไม่ได้ถูกเก็บรักษาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดูบ้าง คิดว่าน่าจะสูญหายไปช่วงกรุงแตกเกือบหมด ยังโชคดีที่มีเอกสาร จดหมายต่างๆ ที่เก็บรักษาที่ต่างประเทศ เช่น ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เลยทำให้เราได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์กันในวันนี้ แต่จดหมายที่เป็นลายมือ
ของราชฑูตโกษาปานเห็นว่ามีเก็บไว้ที่หอสมุดที่กรุงเทพฯ ด้วยนะคะ ^^

 

📚โลกของนักอ่าน
ตูน (แอดมิน)
.
🙂 จะขอบคุณอย่างยิ่ง ถ้าเพื่อนๆ ช่วยกันแนะนำหนังสือน่าอ่านมาในคอมเม้นด้วย ตูนจะได้ตามไปหามาอ่านและเก็บใส่ห้องสมุดสวนตัวนะคะ 🙂

Comments

comments

You Might Also Like