รีวิวหนังสือ “อยากให้ศพคุณอยู่หน้าไหนในตำราฆาตกรรมของผม”

รีวิวหนังสือ “อยากให้ศพคุณอยู่หน้าไหนในตำราฆาตกรรมของผม"

ใครชอบอ่านนิยายแนวฆาตกรรมต่อเนื่องที่มีกลิ่นอายของความโหดอำมหิตผสมปนกับข้อเท็จจริงบางส่วนไปด้วย (หรือชอบดูหนังเรื่อง SAW เหมือนเรา) อยากเสนอให้อ่านเล่มนี้เลยค่ะ สนุก โหดจริง สยองจริง โดยเฉพาะตอนนี้ฆาตรกรนั่งเล่าถึงการทรมานและฆ่าเหยื่อแต่ละรายด้วยวิธีไหน

รีวิวหนังสือ “อยากให้ศพคุณอยู่หน้าไหนในตำราฆาตกรรมของผม"
รีวิวหนังสือ “อยากให้ศพคุณอยู่หน้าไหนในตำราฆาตกรรมของผม”

รีวิวหนังสือ “อยากให้ศพคุณอยู่หน้าไหนในตำราฆาตกรรมของผม”
Chris Carter เขียน / อาสยา ฐกัดกุล แปล
สนพ. น้ำพุสำนักพิมพ์ , 280.-
.
ที่เรื่องนี้แตกต่างกว่านิยายฆาตกรรมต่อเนื่องทั่วไปเพราะตัวเอกของเรื่องคือฆาตกรเนี่ยเป็นคนเก่ง ฉลาด หน้าตาดีและอยู่ในสังคมระดับสูงเรียนถึงปริญญาเอกด้านจิตวิทยาอาชญากรรม ซึ่งตัวเค้าเองเชื่อว่าสิ่งที่เค้าทำไม่ใช่ความผิด แต่ทำเพื่อทดลองทฤษฎีที่เรียนมา และเพื่อทำประโยชน์ให้โลกใบนี้โดยการเขียนบันทึกสิ่งต่างๆ ที่ได้ทำทั้งหมดในมุมมองของฆาตกรโรคจิตว่า ก่อนทำ ตอนกระทำ และหลังทำ เป็นยังไง
.
คือนอกจากอ่านเพื่อความสยดสยองในความโหดของฆาตกรรมต่อเนื่องหลายๆ ศพแล้ว เรื่องนี้ยังดึงความดิบเถื่อนลึกๆ ของมนุษย์ เหมือนที่ฆาตกรพยายามฝึกฝนตัวเองให้อยู่เหนืออารมณ์ต่างๆ และปั่นหัวพระเอกที่เป็นตำรวจและเป็นเพื่อนเก่าของเค้า เพียงเพื่อที่จะบอกว่า จริงๆ แล้วมนุษย์ทุกคนมีความเป็นฆาตกรอยู่ในตัว เพียงแต่ต่อมการถูกกระตุ้นของแต่ละคนไม่เท่ากัน
.
:::บางส่วนจากหนังสือ:::

“โสเภณีคือกลุ่มคนที่ถูกฆาตกรรมโดยจับตัวคนร้ายไม่ได้มากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของอเมริกา ตัวเลขน้อยกว่าการฆาตกรรมในแก๊งมาเฟียและการฆาตกรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดไม่เท่าไหร่ หญิงขายบริการตามท้องถนนในอเมริกาถูกข่มขืน ทุบตี ปล้น หรือลักพาตัวนับพันๆ คนทุกวัน พวกเธอไม่ได้ตกเป็นเป้าเพราะรูปร่างหน้าตาที่สะสวยหรือเพราะมีเงินสดติดตัว แต่เป็นเพราะพวกเธอเข้าถึงง่ายมากและอ่อนแอมาก… ตามสถิติแล้วหญิงขายบริการที่หายตัวไปมีแค่ 2 ใน 10 คนเท่านั้นที่มาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่”

“ก็อย่างที่คุณรู้อยู่แล้ว ฆาตกรที่เพิ่งฆ่าคนเป็นครั้งแรกจะเกิดอารมณ์ 2 อย่างตามมา 1.รู้สึกผิด 2.สำนึกเสียใจ….
หน่วยวิเคราะห์พฤติกรรมของ FBI จำกัดความคำว่าฆาตกรรมต่อเนื่องไว้ว่า เป็นการฆ่าคนตั้งแต่ 3 ศพขึ้นไปซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน 3 ครั้งหรือมากกว่านั้น โดยมีช่วงสงบใจระหว่างแต่ละครั้ง”
(ช่วงสงบใจของฆาตกรในเรื่องที่ฆ่าครั้งแรกอยู่ที่ 3 ปี -แอดมิน)

“ฉันเรียนรู้มานานแล้วว่าเราต้องแทรกข้อเท็จจริงเข้าไปในเรื่องโกหกให้เยอะที่สุด ใช้คนจริง ชื่อจริง รูปร่างหน้าตาจริง สถานที่จริง ระยะเวลาจริง แล้วก็อื่นๆ อีกเยอะ ข้อเท็จจริงจะทำให้เราจำเรื่องโกหกของเราได้ง่ายขึ้น ต่อให้ผ่านไปเนิ่นนานและต้องเล่าใหม่ โอกาสที่จะโดนจับโกหกได้ก็น้อยกว่ามาก”

“ไนโตรเจนเหลวต่างจากระเบิดชนิดอื่นตรงที่มันสามารถฆ่าคนได้…ถ้ามนุษย์ถูกยิงด้วยไนโตรเจนเหลวที่เย็นยะเยือก ร่างกายจะเย็นลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง.. เซลล์เม็ดเลือดจะแข็งตัวฉับพลันอย่างที่เรียกว่าการแช่แข็งฉับพลัน จุดที่น่ากลัวที่สุดคือ เซลล์เม็ดเลือกประกอบด้วยน้ำถึง 70% เมื่อน้ำในเลือดขยายตัวด้วยความเร็วขนาดนั้น เลือดในร่างกายจะไหลพลูออกมาจากอวัยวะทุกส่วนไม่ว่าจะเป็น ตา หู จมูก ปาก เล็บ อวัยวะเพศ รวมถึงผิวหนังด้วย

เมื่อถูกแช่แข็งอย่างฉับพลันโมเลกุลจะขายตัวขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งเซลล์เม็ดเลือดทุกเซลล์ระเบิดออกมา มันเป็นการตายที่ทุกทรมานมาก และเป็นภาพที่น่าพรั่นพรึงอย่างที่สุด”
.
.
ถึงแม้จะเป็นนิยายแนวสยองขวัญแต่ข้อมูลต่างๆ ที่ประกอบเรื่องมีความจริงอยู่ด้วยทั้งเรื่องจิตวิทยา พฤติกรรมมนุษย์ ฯลฯ เลยทำให้นิยายเรื่องนี้ยิ่งสนุกน่าติดตามว่าบทสุดท้ายของฆาตกรจะจบยังไง และคนที่บอกว่าตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์เป็นคนดีมีศีลธรรมจะกลายเป็นฆาตกรจำเป็นหรือไม่ ลองไปหาอ่านกันนะคะ ^^
.
.
📚#โลกของนักอ่าน

ตูน (แอดมิน)
โลกของนักอ่าน
.
จะขอบคุณอย่างยิ่งถ้าเพื่อนๆ ช่วยกันแชร์และแนะนำหนังสือน่าอ่านกลับมาด้วยนะคะ เราจะได้ตามไปเก็บมาอ่านและรีวิวต่อเช่นกัน

Comments

comments

You Might Also Like