รีวิวหนังสือ “หลังฉากท่านผู้นำ”

รีวิวหนังสือ “หลังฉากท่านผู้นำ"

ใครอยากรู้จักเกาหลีเหนือแบบอินไซต์เชิญทางนี้!! เป็นหนังสืออีกเล่มที่อ่านแบบรวดเดียวจบเพราะสนุกมาก ชีวิตจริงที่ยิ่งกว่าในหนังของผู้เขียนซึ่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองแนวร่วมที่หนีจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพื่ออิสรภาพ…

รีวิวหนังสือ “หลังฉากท่านผู้นำ"
รีวิวหนังสือ “หลังฉากท่านผู้นำ”

รีวิวหนังสือ “หลังฉากท่านผู้นำ”
จัง จิน-ซอง เขียน / คำเมือง แปล
สนพ.สันสกฤต , 420.-
.
.
เนื้อหาแบ่งเป็น 3 ภาคใหญ่ๆ ที่เล่าตามลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ผู้เขียนเรียนจบด้านดนตรีแต่ด้วยความหลงใหลในวรรณกรรมและงานเขียนเลยทำให้ผลงานเขียนที่ส่งประกวดในระหว่างศึกษาอยู่ได้เข้าตาท่านผู้นำอันเป็นที่รัก คิม จองอิล นั่นจึงเป็นใบเบิกทางให้ผู้เขียนได้ใช้ชีวิตในแบบอภิสิทธิ์ชน ได้ทำงานในกองแนวร่วมทางด้านวรรกรรมกวีนิพนธ์
.
ผู้เขียนกลายเป็นเจ้าหน้าที่พรรคที่อายุน้อยที่สุดในทีมของเค้า หน่วยงานที่ผู้เขียนได้รับมอบหมายให้ทำงานก็คือ การเขียนวรรกรรม กวีนิพนธ์ ในสื่อแบบไหนก็ได้เพื่อแสดงออกทางวัฒนธรรมที่ใช้แทรกซึมเพื่อสร้างอิทธิพลต่อค่านิยมของชาวเกาหลี เพื่อยกย่องสดุดีวีรกรรมของท่านผู้นำที่รัก โดยเขียนสไตล์เกาหลีใต้ ใช้ชื่อผลงานเป็นเกาหลีใต้ และยังเลียนแบบชื่อหนังสือพิมพ์ โรงพิมพ์ของเกาหลีใต้ทั้งหมดเพื่อความสมจริง เรียกง่ายๆ ว่า ทำให้คนอ่านคิดว่าคนภายนอกชื่นชมยกย่อง คิม จองอิล นั่นเอง
.
ในขณะที่ทำงานอยู่ที่นั่นแม้ว่าในหน่วยงานจะต้องทำตัวเหมือนคนเกาหลีใต้ ได้สิทธิ์ให้เข้าถึงสื่อต่างๆ จากเกาหลีใต้ได้ทั้งหมด เพื่อให้เกิดความกลมกลืน และอินว่าตัวเองคือนักเขียนชาวเกาหลีใต้นั่นเอง แต่ข่าว นสพ. ที่อ่านก็ยังมีไฮไลท์สีดำบางแห่งที่เป็นคำด่าท่านผู้นำ และการเข้าถึงก็ถูกจำกัดเฉพาะในเวลางานและสถานที่ทำงานอันเข้มงวดเท่านั้น เพราะรางวัลสำหรับคนที่คิดหรือแค่มีทีท่าไม่น่าไว้วางใจว่าไม่ภักดีคือตายเท่านั้น
.
จุดเปลี่ยนที่ทำให้ผู้เขียนเริ่มมองเห็นความเป็นจริงเกี่ยวกับท่านผู้นำ คือ..

..ระหว่างเริ่มงานใหญ่เขียนพงศาวดารตระกูลคิม ผู้เขียนและทีมจะต้องย้ายไปอยู่ในบ้านหลังนึงด้วยกันและแต่ละคนจะต้องรักษาความลับในส่วนที่ตัวเองต้องเขียน แต่ด้วยความที่อยู่ด้วยกันและคิดงานไม่ออก นั่งคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันไปมา และได้สิทธิ์ให้เข้าถึงบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องได้ จึงทำให้ผู้เขียนได้ข้อมูลจริงภายใน เช่น อำนาจของตระกูลคิม ไม่ได้ถูกส่งต่อด้วยความตั้งใจแบบพ่อทำไว้ให้ลูก แต่เป็นการที่ลูกยึดอำนาจจากพ่อ (และสร้างภาพที่ดีภายหลัง), เรื่องผู้หญิง ฮาเร็มของคิม จอลอิล , เรื่องการเมือง ความโหดเหี้ยมในการจัดการ ฯลฯ ผู้เขียนจึงเริ่มรับไม่ได้ที่ต้องมีส่วนร่วมในการใช้วิชาชีพที่รักสร้างภาพโกหกจากหน้ามือเป็นหลังมือแบบนี้

..ระหว่างที่ผู้เขียนลาพักร้อนเพื่อกลับบ้านเกิดที่เค้าฝันถึงมาโดยตลอดเพราะจากมาตั้งรกรากที่เปียงยางตั้งแต่เด็ก เมื่อได้พบเห็นภาพความจนขนาดที่ว่าบางคนต้องเอาน้ำประปาออกมาขายให้คนอื่นล้างหน้า, บางคนถึงขนาดขายลูกสาวในราคา 100 วอน, คนนอนตายเกลื่อนถนน, แม้กระทั่งเพื่อนเก่าของเค้าในวัยเด็ก ที่บ้านก็กินน้ำข้าวแทนข้าวเป็นปกติ นานๆ ทีจะมีกับข้าวที่ดีที่สุด เช่น ผักกาดดอง อยู่บนโต๊ะ

ในขณะที่ท่านนายพลคิม จองอิล และเจ้าหน้าที่ระดับสูงใช้ชีวิตกันอย่างหรูหรา แต่ชาวเกาหลีเหนือส่วนใหญ่กลับได้กินแค่น้ำข้าว หรือข้าวต้มแทบตลอดชีวิต แต่กระนั้นตอนผู้เขียนกลับไปเยี่ยมบ้าน ชาวบ้านทุกคนกลับตื่นเต้นถามถึงสุขภาพท่านนายพล เป็นห่วงว่าจะอยู่ดีมีสุกหรือไม่ นั่นทำให้ผู้เขียนสะเทือนใจที่ต้องโกหกไปว่าท่านนายพลก็กินข้าวปั้นเหมือนในเพลงที่ร้องๆ กันนั่นแหล่ะ
.
ผู้เขียนจึงแต่งกวีตามความจริงที่พบเจอเอาไว้ลับๆ

เด็กชายโตขึ้นมาด้วยน้ำข้าว
ฉันให้ข้าวเขาชามหนึ่งเมื่อวันเกิด
เขากระทืบเท้าและปฏิเสธ
“นี่ไม่ใช่ข้าว” เขาท้วง ยืนกรานความคิดของตัวเอง…
.
.
แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ในขณะที่ผู้เขียนเริ่มมีความคิดเปลี่ยนไปเขาจึงแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญที่ได้จากโลกภายนอกแบ่งให้เพื่อนสนิทที่เรียนมาด้วยกันอ่าน ด้วยความประมาทเอกสารชิ้นนั้นหายไป เขาและเพื่อนจึงต้องตัดสินใจที่จะหนีออกนอกประเทศทันทีก่อนที่จะมีการสืบสวน
.
นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการวางแผนหนีภายใน 1 วัน โดยเลือกที่จะออกไปทางเหนือที่มีแม่น้ำเป็นน้ำแข็งขวางกั้นเพื่อเข้าประเทศจีนก่อนที่จะหาทางไปเกาหลีใต้ ผู้เขียนและเพื่อนโดนจับได้และเกือบจะจับได้หลายครั้งแต่หนีรอดออกมาได้ โดยมีคนให้ความช่วยเหลือเป็นชาวบ้านทั่วไปเป็นระยะๆ ทั้งเจอคนไม่ดี คนที่คอยแจ้งตำรวจจับก็เยอะ เป็นการผจญภัยที่แลกด้วยชีวิตจริงๆ
.
หลังจากวิ่งฝ่ากระสุนข้ามแม่น้ำมาได้ ทางเกาหลีเหนือออกประกาศแจ้งทางจีนว่า 2 คนเป็นฆาตรกร ทำให้ทางการจีนส่งทั้งตำรวจและกองกำลังตามติดอย่างละเอียด (สำหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่หนี ทางเกาหลีเหนือจะให้ข้อหาหนักและต้องตามให้เจอเพราะคนพวกนี้กุมความลับไว้เยอะ ไม่เหมือนชาวบ้านทั่วไป)
.
สุดท้ายผู้เขียนรอดชีวิตมาได้จากความรู้ในงานที่ทำและความมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตอยู่ และได้เผยแพร่เรื่องราวสุดระทึกในช่วงเวลาเดือนกว่าๆ ของการหนีในหนังสือเล่มนี้ และบทกวีลับที่แอบแต่งไว้ทั้งหมด ก็ได้พิมพ์เผยแพร่ในช่วงที่ได้เป็นคนเกาหลีใต้เต็มตัวแล้วเช่นกัน
.
เป็นหนังสืออีกเล่มที่ควรอ่านเลยค่ะ เพราะเล่มนี้เป็นการเล่าเรื่องราวอินไซต์จากเจ้าหน้าที่รัฐที่เคยใกล้ชิดคิม จองอิล นอกจากจะได้รับรู้สภาพสังคมที่แท้จริงของเกาหลีเหนือแล้ว ยังได้รู้ถึงกลยุทธ์ในการดำเนินการที่ทำให้หลายประเทศที่ยิ่งใหญ่ เช่น อเมริกา เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ก็ยังต้องยอมอ่อนข้อในสิ่งที่เกาหลีเหนือต้องการ ทำให้รู้ว่าทุกอย่างที่แสดงออกมาไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเสมอไป กลยุทธ์การหลอกลวงโลกและประชาชนของเกาหลีเหนือเป็นแผนการที่ผ่านการคิดมาทุกขั้นตอนอย่างดีแต่ทุกอย่างกำลังถูกลดทอนลงไปเรื่อยๆ ตราบที่รัฐไม่สามารถหยิบยื่นความกินดีอยู่ดีและโอกาสดีๆ ให้ประชนชนของเขาได้
.
.
“ ผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือคือคำให้การที่มีชีวิต บอกเล่าถึงเสรีภาพและความกดขี่..เสียงเรียกร้องไม่ยอมแพ้ของคนเหล่านั้นคือชัยชนะของมวลมนุษย์ที่รอดชีวิตจากการต่อสู้กับผู้กดขี่อย่างดุเดือด
คิม จองอิล พูดว่า ในพจนานุกรมของเขาไม่มีคำว่า “เป็นไปไม่ได้” นี่คือการใช้อำนาจผิดๆ ของเผด็จการสำหรับคนแบบนี้ เมื่อเขาประกาศว่าเขามีปืนในมือ มันมีผลเท่ากับเขาใช้อำนาจกับปืนที่อยู่ในมือจริงๆ …ผมเป็นอีกคนที่ไม่รู้จักคำว่า “เป็นไปไม่ได้” แต่สำหรับผมซึ่งอยู่ในฐานะปัจเจกบุคคล ราคาของการมีชีวิตรอดของผมคือ การต้องพลัดพรากจากคนที่รักและจะไม่ได้พบหน้าครอบครัวอีกเลย …เหนือสิ่งอื่นใด บัดนี้ผมรู้แล้วว่า เสรีภาพคืออะไร และหวงแหนสิทธิ์ที่จะมีเสรีภาพอย่างยิ่ง มันให้พละกำลังที่จะยืนหยัดขึ้นนับพันๆ ครั้งทุกร้อยครั้งที่ผมล้ม”
.
ตูน (แอดมิน)
📚โลกของนักอ่าน
.
จะขอบคุณอย่างยิ่งถ้าเพื่อนๆ ช่วยกันแชร์และแนะนำหนังสือน่าอ่านกลับมาด้วยนะคะ เราจะได้ตามไปเก็บมาอ่านและรีวิวต่อเช่นกัน

Comments

comments

You Might Also Like