รีวิวหนังสือ “รู้ Zen ผ่าน Science”

รีวิวหนังสือ "รู้ Zen ผ่าน Science" ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ

รีวิวหนังสือ “รู้ Zen ผ่าน Science”
ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ เขียน
สนพ. อมรินทร์ธรรมะ , 165.-

รีวิวหนังสือ "รู้ Zen ผ่าน Science" ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ
รีวิวหนังสือ “รู้ Zen ผ่าน Science”
ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ
สำหรับคนที่อยากศึกษาเรื่องเซนแบบเข้าใจง่ายๆ อธิบายแบบวิทยาศาสตร์ตามสไตล์ของ
อาจารย์วรภัทร ภู่เจริญ เล่มนี้ใช่เลย..เนื้อหาอ่านง่าย แบ่งเป็นหมวดหมู่โดยเริ่มจากพื้นฐานที่เรามักสงสัยและตั้งคำถามกันว่า Zen คืออะไร เป็นส่วนหนึ่งของศาสนาพุทธหรือเปล่า ทำไมเราถึงมองว่าคนญี่ปุ่นเป็นเซน จริงๆ แล้วหลายคนก็มีความเป็นเซนอยู่ในตัว
แต่ไม่รู้หรือเปล่า ?
.
ถ้าจะถามตรงๆ ว่า เซน คืออะไรเลย คงไม่สามารถจำกัดความการอธิบายได้ทั้ง100% ในหลักสำคัญของเซนเองก็มีอยู่ข้อนึงว่า “ข้ามอายตนะอธิบายไม่ได้” ประมาณว่า ถ้าอยู่คนละอายตนะ ได้แก่ อายตนะภายใน (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) อายตนะภายนอก (รูป เสียง กลิ่น รส สมผัส) เรื่องบางเรื่องมันไม่สามารถอธิบายให้เข้าใจได้ทั้งหมด เช่น เราไม่สามารถอธิบายกลิ่นของไข่เจียวจากภาพวาดได้ เป็นต้น ดังนั้น ถ้าอยากเข้าใจเซนจริงๆ ต้องเริ่มจากที่ “ใจสู่ใจ”
.
เซน มีอยู่ในทุกศาสนา และรอบตัวเรา
เพราะ เซนเป็นกระบวนการเรียนรู้รูปแบบหนึ่ง
เซน คือ การยอมรับความเปลี่ยนแปลง
เซน คือ ความเป็นหนึ่งเดียวกัน
เซน คือ ความเด็ดขาด
วัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่นตั้งแต่ดั้งเดิมนั้น เต็มไปด้วยการสื่อสารที่ไร้ถ้อยคำ เช่น
ละครโนห์ (คล้ายละครใบ้ของฝรั่ง) ทำให้คนดูต้องมีสมาธิอย่างสูงเพื่อเข้าใจในสิ่งที่นักแสดงสื่อออกมาเป็นเรื่องราว
การสร้างภาพยนต์ด้วยเทคนิคมีซองแซงเพื่ออธิบายเรื่องราวในหนัง ความรู้สึกด้วยการจัดวางอุปกรณ์ ฉาก แสง สี เงา เพื่อใช้สื่อความหมาย (ในหนังสือแนะนำหนังเรื่อง Late Spring -1949)
การจัดดอกไม้ หรือ อิเคบานะ เราสามารถอ่านใจคนได้จากการจัดดอกไม้ด้วยซ้ำ ว่ากำลังอยู่ในอารมณ์แบบไหนจากสีดอกไม้ที่เลือก และอื่นๆ
วัฒนธรรมของญี่ปุ่นยังเต็มไปด้วยการยอมรับการเปลี่ยนแปลง การมองเห็น สิ่งที่ร่วงโรยตามธรรมชาติเป็นสิ่งสวยงาม หรือแม้แต่ความเสื่อมโทรมแต่ก็สามารถพลิกฟื้นได้ เช่น หลังคาบ้านที่แม้จะเก่า แต่ก็มีเฟิร์นสีเขียวชูช่อแทรกขึ้นมาได้ เป็นต้น แนวคิดพวกนี้เป็น
เหมือนการให้กำลังใจกับตัวเอง คิดบวก ทำให้ไม่ว่าจะผ่านเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆ คนญี่ปุ่นก็กลับมาแข็งแกร่งได้ดังเดิม
ชาวญี่ปุ่นเองยังให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เช่น ช่วงดอกซากุระบานเป็นเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วันในช่วงนั้นก็จะมีเทศกาลซากุระ และทุกคนก็ออกมาชื่นชมความสวยงามให้เต็มที่…เหมือนวัฒนธรรมการส่งแขกของชาวญี่ปุ่นที่จะโค้งคำนับ ซาบซึ้ง และส่งจนลับตา
ข้อความในหนังสือว่า…
“จงใช้เวลาที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด อยู่กับปัจจุบัน และทำดีต่อกันให้มากๆ เพราะทุกอย่างไม่แน่นอนการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอ” ช่วงเวลาที่ล้ำค่านี้คนญี่ปุ่น เรียกว่า “อิชิโงะ อิชิเงะ” หมายความว่า one time, one meeting หรือ ทำราวกับว่าการพบกันครั้งนี้เป็นการพบกันครั้งเดียวในชีวิต
.
เซน อยู่ในทุกศาสนา… ความนิ่งเฉยท่ามกลางความเจ็บปวดของพระเยซู การแสดงออกถึงความรักต่อผู้อื่นโดยไม่พูดก็คือเซน
ในพุทธศาสนาหลวงปู่หลายท่านก็ใช้ชีวิตแบบเซนการปล่อยวาง ทำใจให้เป็นกลางก็คือเซน
เซน คือ วิทยาศาสตร์สมัยใหม่…ในปัจจุบันวิทยาศาสตร์ถูกแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ นิวโทเนียน หรือวิทยาศาสตร์เก่าเป็นช่วงของ ไอแซก นิวตัน ซึ่งเชื่อว่าสสารทุกชนิดเป็นรูปธรรม สามารถแยกออกเป็นหน่วยๆ ได้ ถ้าสิ่งใดไม่สามารถสัมผัสได้ด้วยประสาททั้ง5 หมายความว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่จริงและจะไม่ให้ความสำคัญ
ในขณะที่ นอน-นิวโทเนียน หรือวิทยาศาสตร์ใหม่ คือยุคของ มักซ์ พลังค์, ไอน์สไตน์ ยุคของ
แนวคิดฟิสิกส์ควอนตัม ไอน์สไตน์สรุปว่า “คลื่นแสงและคลื่นอื่นๆ ล้วนมีคุณสมบัติเป็นอนุภาคพื้นฐานได้” แม้แต่ร่างกายมนุษย์ก็สามารถเปลี่ยนคุณสมบัติให้เป็นคลื่นได้เช่นกัน
ดังนั้น ทุกอย่างบนโลกนี้จึงไม่สามารคาดการณ์ได้อย่างชัดเจน วิทยาศาสตร์ใหม่ เชื่อว่า
มวลสารกับพลังงานมีความสัมพันธ์ระหว่างกัน
ข้อความจากหนังสือ…
ด้วยหลักฟิสิกส์ควอนตัมนี้เองที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ จำนวนมากเริ่มเข้าในแนวคิดทางพุทธศาสนามากขึ้น “แท้จริงสรรพสิ่งแม้แต่จิตวิญญาณไ่ม่ได้สูญหายเพียงแค่ย้ายจากที่นึงไปยังอีกที่นึง หรือเปลี่ยนสภาพ เช่นเดียวกับการเกิด-ดับ ของจิต หรือที่เรียก ตามภาษาดิจิทัล คือ 0-1″
.
เซน เน้นการเรียนรู้ที่ต้องรู้ด้วยตัวเอง ในแง่ของวิทยาศาสตร์ใหม่ เราไม่อาจตัดสินใคร
หรืออะไรได้จนกว่าเราจะได้ทดลองทำแล้ว เช่น เรื่องนรก-สวรรค์ เราก็ยังให้ความคิดเห็น
อะไรไม่ได้ถ้าเรายังไม่เคยฝึกปฏิบัติในช่วงบทท้ายๆ นี้จะเป็นการอธิบาย และบอกวิธีการปฏิบัติการเข้าถึง เข้าใจวิถี่เซน จากแนวคิดของบุคคลต่างๆ ทั่วโลก
และสุดท้าย หัวใจของเซน คือ “รู้ใจตนเองให้ได้ คิดให้น้อยๆ หยุดคิดแล้วมาฝึกกายรู้กายให้มากๆ เพราะฐานกายสำคัญกว่าฐานคิด”
.
เป็นหนังสืออีกเล่มที่อ่านแล้วครบรสจริงๆ นอกจากจะได้ความเข้าใจเรื่องวิถีเซนแล้ว
ยังรู้จักศาสนา และวิทยาศาสตร์มากขึ้นอีกด้วย รับรองอ่านง่ายสำหรับคนทั่วไปค่ะ

.
จะขอบคุณอย่างยิ่ง ถ้าเพื่อนๆ ช่วยกันแนะนำหนังสือน่าอ่านมาในคอมเม้นด้วย
ตูนจะได้ตามไปหามาอ่านและเก็บใส่ห้องสมุดส่วนตัวนะคะ

ตูน (แอดมิน)
#โลกของนักอ่าน

Comments

comments

You Might Also Like