รีวิวหนังสือ “คำตอบย่อของคำถามใหญ่”

รีวิวหนังสือ “คำตอบย่อของคำถามใหญ่"

“พ่อรู้เรื่องหนังสือเล่มนี้ มันเป็นหนึ่งในหลายโครงการที่พ่อกำลังทำอยู่ในช่วงปีสุดท้ายของชีวิตบนโลก ความตั้งใจของพ่อ คือ รวบรวมข้อเขียนร่วมสมัยทั้งหมดมาไว้ในเล่มเดียว เช่นเดียวกับหลายๆ เรื่องที่เกิดขึ้นนับแต่พ่อจากไป ฉันอยากให้พ่อได้เห็นหนังสือเล่มล่าสุดของพ่อ ฉันคิดว่าพ่อต้องภูมิใจกับหนังสือเล่มนี้ และอาจจะยอมรับในที่สุดว่า พ่อก็ได้มีส่วนร่วมสร้าง..”

-ลูซี ฮอว์คิง-

รีวิวหนังสือ “คำตอบย่อของคำถามใหญ่"
รีวิวหนังสือ “คำตอบย่อของคำถามใหญ่”

รีวิวหนังสือ “คำตอบย่อของคำถามใหญ่”
สตีเฟน ฮอว์คิง เขียน / ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล แปล
สนพ. Bear Publishing , 329.-
.
ผลงานของสตีเฟน ฮอว์คิงเล่มนี้พยายามอธิบายคำตอบของเขาจากหลายๆ คำถามอันยิ่งใหญ่ที่นักวิทยาศาสตร์คนอื่นต่างเลี่ยงที่จะตอบ เช่น พระเจ้ามีจริงไหม? จักรวาลเริ่มต้นอย่างไร? มีชีวิตทรงปัญญาอื่นในจักรวาลไหม? เราพยากรณ์อนาคตได้ไหม? อะไรอยู่ในหลุมดำ? การท่องเวลาเป็นได้ได้หรือไม่? ปัญญาประดิษฐ์จะเก่งกว่าเราไหม? เป็นต้น
.
เริ่มอ่านตั้งแต่คำนำก็ซึ้งกันเลยเพราะในเล่มนี้ เอดดี เรดเมน คนที่เล่นเป็นสตีเฟนในหนังเรื่อง The Theory of Everything ที่เล่าถึงมิตรภาพของเขากับสตีเฟนและครอบครัวระหว่างศึกษาบุคลิกภายนอก โรคที่สตีเฟนเป็น และข้อมูลอื่นๆ เพื่อบทบาทในหนัง ใครที่ได้รู้จักสตีเฟนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเค้าเป็นอัจฉริยะที่มาอารมณ์ขันมาก เรื่องนี้ถ้าใครได้อ่านหนังสือชีวประวัติตัวเองที่สตีเฟนเขียนขึ้นก็จะรู้ดี ^^
.
เนื้อหาภายในเล่มรวบรวมจากคำถามอันยิ่งใหญ่ 10 ข้อ ที่สตีเฟนตอบพร้อมคำอธิบายเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่เค้าเองศึกษาค้นคว้ามาตลอดชีวิตและเป็นการอธิบายที่ง่ายระดับคนไม่รู้เรื่องฟิสิกส์ก็พอนึกภาพตามได้เลยทีเดียว เช่น คำถามเรื่องพระเจ้ามีจริงไหมและเป็นผู้สร้างโลกหรือเปล่า สตีเฟนอธิบายให้ฟังถึงการก่อกำเนิดจักรวาล การเกิดบิ๊กแบง กฎของธรรมชาติที่แน่นอนเหมือนกับลูกเทนนิสที่เคลื่อนที่ไปตามแนวทางที่ธรรมชาติบอก หรือการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์และทุกสิ่งในจักรวาลที่ไม่เหมือนกฎที่มนุษย์สร้างขึ้น

พระเจ้าของสตีเฟนจึงเหมือนกับพระเจ้าในความหมายของไอน์สไตน์ คือ ศูนย์รวมของกฎธรรมชาตินั่นเอง ในขณะที่คนส่วนใหญ่พระเจ้าของเขาเป็นเหมือนมนุษย์ที่สามารถมีปฏิสัมพันธ์เป็นการส่วนตัวได้ สิ่งที่สตีเฟนพยากรณ์เอาไว้ในอนาคตอันใกล้นี้ก็คือ เราใกล้จะได้รู้ใจพระเจ้าภายในสิ้นศตวรรษนี้กันแล้ว..
.
.
:::ข้อความจากในหนังสือ:::

“เมื่อมีคนถามผมว่าพระเจ้าเป็นผู้สร้างจักรวาลใช่ไหม ผมบอกพวกเขาว่ามันเป็นคำถามที่ไม่เข้าท่า เวลาไม่มีอยู่ก่อนบิกแบง ดังนั้นจึงไม่มีเวลาที่พระเจ้าจะทรงสร้างจักรวาล…

ตามความคิดของผมคำอธิบายง่ายสุด คือ ไม่มีพระเจ้า ไม่มีใครสร้างจักรวาล และไม่มีใครกำหนดชะตากรรมของเรา มันทำให้ผมตระหนักรู้บางสื่งที่ยิ่งใหญ่ สวรรค์ไม่มีจริง ชีวิตหลังความตายก็เช่นกัน ผมคิดว่าความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายเป็นแค่ความหวังลมๆ แล้งๆ ปราศจากหลักฐานน่าเชื่อถือใดๆ สนับสนุน และขัดแย้งกับทุกสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์

ผมคิดว่าเมื่อเราตาย เราก็จะกลายเป็นเถ้าธุลี แต่ในแง่หนึ่งเรายังคงอยู่ต่อไป ผ่านอิทธิพลและยีนที่เราถ่ายทอดต่อไปยังลูกๆ ของเรา เรามีชีวิตเพียงหนึ่งเดียวสำหรับชื่นชมความยิ่งใหญ่ของจักรวาล และนั่นถือเป็นพระคุณอย่างยิ่งแล้ว”
.
.
แค่บทแรกก็สนุกซะแล้วเปิดโลกการกำเนิดจักรวาลแบบเข้าใจง่ายสุดๆ ในบทถัดไปสตีเฟนลงลึกถึงเรื่องการก่อกำเนิกจักรวาลขึ้นมากว่าที่จะมีดาวเคราะห์ โลก และก่อกำเนิดชีวิตที่ทรงปัญญา (จริงหรือ?) ขึ้นมา ทฤษฎีที่นักวิทยาศาสตร์หลายคนและสตีเฟนค้นพบบางส่วนก็ขัดแย้งกับความคิดของไอน์สไตน์ เช่น เรื่องของความไม่แน่นอน ไอน์สไตน์ไม่ชอบแนวคิดที่ว่าจักรวาลถูกควบคุมด้วยความไม่แน่นอน จึงมีคำกล่าวว่า “พระเจ้าไม่ทอดลูกเต๋าหรอก”

แต่สิ่งที่สตีเฟนและคนอื่นๆ ในยุคต่อมาพบ สตีเฟนถึงกับบอกว่า พระเจ้าน่าจะเป็นนักพนันตัวยงเลยแหล่ะ สมมติว่าเราต้องการพยากรณ์อนาคตจักรวาล แต่เรามีข้อมูลทั้งตำแหน่งและความเร็วของอนุภาคแค่บางส่วนเราจึงไม่สามารถพยากรณ์ได้อย่างแม่นยำ ทำได้เพียงแค่บอกถึงความเป็นไปได้เท่านั้น ก็เหมือนกับที่เราไม่สามารถเชื่อพยากรณ์อากาศได้ 100% นั่นแหล่ะ
.
อีกคำถามนึงที่น่าสนใจคือ มีชีวิตทรงปัญญาอื่นในจักรวาลไหม ในบทนี้สตีเฟนเล่าให้ฟังถึงวิวัฒนาการมนุษย์ที่เค้ามองว่าจุดเปลี่ยนสำคัญที่เทียบเท่ากับพัฒนาการของ DNA คือ วิวัฒนาการของภาษาโดยเฉพาะภาษาเขียนที่สามารถส่งต่อได้จากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่จำกัด เมื่อเทียบกับการเปลี่ยนแปลงของ DNA มนุษย์ สตีเฟนอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ เช่น DNA มนุษย์คนนึงจะมีข้อมูลข่าวสารเทียบเท่าหนังสือ Harry Potter จำนวน 50 เล่ม ในขณะที่ห้องสมุดแห่งชาติขนาดใหญ่จะมีหนังสือประมาณ 50 ล้านเล่ม! (หรือประมาณ 10 ล้านล้านบิต)

ดังนั้นข้อมูลข่าวสารที่ส่งถึงกันภายนอกไม่ว่าจะเป็นจากหนังสือ หรืออินเทอร์เน็ตจะมีมากกว่าใน DNA ถึง แสนเท่า! อีกอย่างในปัจจุบันข้อมูลสามารถอัพเดททันสมัยได้อย่างรวดเร็ว มนุษย์ใช้เวลาหลายล้านปีวิวัฒนาการจากลิง Ape มาเป็นเรา ในขณะที่วิวัฒนาการยุคใหม่ช่วงเวลาแค่หมื่นปีที่ผ่านมาใข้วิธีการส่งถ่ายข้อมูลภายนอกเพิ่มขึ้นมหาศาล
.
.
:::ข้อความจากในหนังสือ:::

“บางคนเลือกใช้วิวัฒนาการสำหรับการส่งข้อมูลข่าวสารทางพันธุกรรมเท่านั้น และไม่เห็นด้วยที่จะใช้กับการส่งผ่านข้อมูลข่าวสารภายนอก แต่ผมคิดว่ามันเป็นความคิดที่แคบเกินไป ยีนไม่ใช่ทุกอย่างในตัวเรา โดยเนื้อแท้เราอาจไม่แข็งแรงหรือฉลาดกว่าบรรพบุรุษมนุษย์ถ้ำ แต่ส่ิงที่แยกพวกเราออกจากเขา คือ ความรู้ที่เราสั่งสมมาตลอดหนึ่งหมื่นปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 300 ปีที่ผ่านมา ผมคิดว่าเราควรเปิดใจให้กว้าง แล้วนับรวมข้อมูลข่าวสารจากภายนอกเช่นเดียวกับ DNA ว่าเป็นวิวัฒนาการของมนุษยชาติด้วย”
.
.
ส่วนคำตอบที่ว่าจะมีชีวิตที่ทรงปัญญาอื่นอยู่ไหม สตีเฟนบอกว่าถึงเป็นไปได้ก็อาจจะยากเพราะดาวเคราะห์ต้องมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและยืนยาวเพียงพอ (จากการโคจรของดาวหางที่พุ่งเข้าชนโลกเมื่อ 65 ล้านปีก่อนทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์) หรืออาจจะมีแต่อยู่ไกลออกไปมากแต่ไม่ใช้จานบินที่พวกเราสงสัยกันแน่นอน 5555 บทนี้สนุกมากได้อารมณ์เหมือนอ่านเซเปียนส์แต่อธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด
.
อีกเรื่องที่สนุกคืออะไรอยู่ในหลุมดำ ชอบในความอธิบายของสตีเฟนที่บอกว่าในขณะที่เราตกลงไปในหลุมดำความโน้มถ่วงในหลุมดำจะดึงดูดเท้าคุณแรงกว่าศีรษะคุณ เพราะเท้าอยู่ใกล้ศีรษะมากกว่า ผลก็คือคุณจะถูกดึงให้ยืดออกแล้วถูกอัดอย่างแรงเข้าด้านข้าง ถ้าหลุมดำมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ของเราไม่กี่เท่า ร่างกายของคุณจะฉีกขาดและยืดยาวเป็นเส้นสปาเกตตี้ก่อนถีงขอบฟ้าเหตุการณ์ (event horizon) แต่ถ้าเป็นหลุมดำขนาดใหญ่มากๆ เราจะไม่ค่อยลำบากนัก คนที่มองเห็นจากระยะไกลก็จะเห็นเราลอยช้าๆ แล้วค่อยๆ มืดมัวลงเรื่อยๆ จนหายสาปสูญไป 5555
.
คำถาม 1 – 6 จะเป็นแนวทฤษฎีฟิสิกส์จักรวาล ส่วนคำถามท้ายๆ เป็นเรื่องของอนาคตอันใกล้ เช่น เราควรไปสร้างอาณานิคมบนอวกาศไหม ปัญญาประดิษฐ์จะเก่งกว่ามนุษย์ได้ไหม จริงๆ คำถามเรื่อง AI เป็นปัญหาที่นักวิทยาศาสตร์หลายคนเห็นและเริ่มกลัวแล้ว ตามที่เราได้ยินข่าวทั้ง สตีเฟน, อีลอน มัสก์, บิล เกตส์ ฯลฯ ต่างร่วมกันก่อตั้งโครงการเกี่ยวกับเรื่องนี้
.
.
:::ข้อความจากในหนังสือ:::

“ถ้าพัฒนาการของคอมพิวเตอร์ยังเป็นไปตามกฏของมัวร์ นั่นคือมีความเร็วและขนาดเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าทุก 18 เดือน ก็เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าคอมพิวเตอร์จะไล่ทันปัญญามนุษย์ ณ จุดใดจุดหนึ่งใน 100 ปีข้างหน้า เมื่อปัญญาประดิษย์เก่งกว่ามนุษย์ในการออกแบบปัญญาประดิษย์ มันก็จะสามารถพัฒนาตนเองได้โดยไม่ต้องมีมนุษย์ช่วย เราอาจเผชิญกับการปะทุของสติปัญญาจนกระทั่งในที่สุดจักรกลก็จะฉลาดกว่ามนุษย์ เหมือนที่มนุษย์ฉลาดกว่าหอยทาก เมื่อถึงเวลานั้น ต้องทำให้แน่ใจว่าคอมพิวเตอร์จะมีเป้าหมายสอดคล้องกับมนุษย์

ไม่แปลกที่จะมองเรื่องจักรกลที่มีสติปัญญาสูงว่าเป็นแค่นิยายวิทยาศาสตร์ แต่นั่นเป็นความคิดที่ผิด และอาจกลายเป็นความผิดพลาดที่เลวร้ายที่สุด”
.
.
อันนี้พยายามเล่าคร่าวๆ ที่สุดแล้วนะคะ แต่ขอบอกเลยว่าหนังสือเล่มนี้สนุกมาก และมีรายละเอียดมากๆ ทั้งที่เป็นหนังสือเล่มเล็กๆ ขนาดอ่านจบภายในวันเดียว เป็นอีกเล่มที่อยากแนะนำให้ซื้อมาอ่านเถอะค่ะ ไม่เสียใจแน่นอน ^^
.
.
#โลกของนักอ่าน #รีวิวหนังสือ #bookreview #ห้องสมุดส่วนตัว #หนังสือ #แนะนำหนังสือ #อ่านสร้างชาติ #คำตอบย่อของคำถามใหญ่ #สตีเฟนฮอว์คิง #StephenHawking #BriefAnswersToTheBigQuestions #หนังสือเล่มสุดท้ายของสตีเฟนฮอว์คิง #ชัยวัฒน์คุประตกุล #BearPublishing #วิทยาศาสตร์ #ฟิสิกส์
.
ตูน (แอดมิน)
โลกของนักอ่าน
.
จะขอบคุณอย่างยิ่งถ้าเพื่อนๆ ช่วยกันแชร์และแนะนำหนังสือน่าอ่านกลับมาด้วยนะคะ เราจะได้ตามไปเก็บมาอ่านและรีวิวต่อเช่นกัน

Comments

comments

You Might Also Like